ติดต่อเราSiteMap

ครม. ไฟเขียวตั้งคกก. สกัดธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ‘จิราพร’ สั่งสคบ. ร่วม 5 หน่วยงาน เร่งตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย

2025-04-24 IDOPRESS

ครม. ไฟเขียวตั้ง คกก.แก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ วางแผนระยะสั้น-ยาว หวังลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ‘จิราพร’ มอบ สคบ. ทำเอ็มโอยูร่วม 5 หน่วยงาน เร่งตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย

น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 68 มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการการแก้ไขปัญหาธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาธุรกิจหลอกลวงอย่างเป็นระบบ

สำหรับคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ประกอบด้วย 11 คน โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย) เป็นประธาน และมีหัวหน้าหน่วยงานสำคัญร่วมเป็นกรรมการ เช่น อัยการสูงสุด ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อธิบดีกรมสอบส่วนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการมีหน้าที่เสนอแนวทางเชิงนโยบาย ตลอดจนผลักดันการออกหรือปรับปรุงกฎหมาย เพื่อจัดการกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.จิราพร กล่าวว่า ส่วนแผนการทำงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น เน้นสร้างระบบเฝ้าระวังและเตือนภัย สร้างกลไกการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานและเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ส่วนระยะยาว มุ่งลดจำนวนผู้เสียหาย สร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมออนไลน์ และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ยังวางกลยุทธ์หลักในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน และยกระดับมาตรฐานธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยตั้งเป้าหมายสำคัญ 5 ด้าน คือ 1.พัฒนาระบบเฝ้าระวังธุรกิจขายตรงและแชร์ลูกโซ่อย่างมีประสิทธิภาพ 2.เพิ่มความรู้แก่ผู้บริโภคให้แยกแยะธุรกิจถูกกฎหมายกับธุรกิจหลอกลวง 3.สร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและการลงทุน 4.สนับสนุนผู้ประกอบการสุจริตให้แข่งขันได้ในระดับสากล 5.ส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วนให้การแก้ไขปัญหายั่งยืน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้มอบหมายให้ สคบ. ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อเสริมศักยภาพการบังคับใช้กฎหมาย สืบสวน และติดตามทรัพย์สินจากผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว

“การป้องกันล่วงหน้า และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน คือหัวใจสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยของธุรกิจที่ไม่สุจริตอย่างแท้จริง”น.ส.จิราพร ระบุ

คำปฏิเสธ

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

SOUEAST returns to Dubai Fashion Week as official automotive partner, redefining aesthetics of mobility

01-30

การต่อสู้กับการระบาดของไวรัสนิปาห์: นวัตกรรมโซลูชันของบริษัท BGI Group เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

01-29

เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยที่มีผู้ติดตามหลายล้านคนต่างหลั่งไหลไปยังภูเขาเอ๋อเหมย เพื่อสัมผัสกับบริการด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง

01-26

จากพันธบัตรสหรัฐฯ สู่สินค้าโภคภัณฑ์: BullNus พยายามสร้างวงจรธุรกิจ RWA ที่ขับเคลื่อนด้วย "โลกกายภาพ"

01-26

RF RACER Brand Leverages Motorsport Heritage for Engineering Excellence

01-23

กระบวนทัศน์ใหม่สำหรับการติดตามการลงคะแนนเสียง: จากการรวบรวมข้อมูลสู่การแปลงสินทรัพย์สู่ฉันทามติ ตำแหน่งและการนำไปใช้ในทางปฏิบัติของ OracleX

01-21
©ลิขสิทธิ์2009-2020 กรุงเทพพาณิชย์รายวัน    ติดต่อเรา SiteMap