ติดต่อเราSiteMap

นโยบาย ‘ทรัมป์’ กระทบอะไรกับตลาดหุ้นบ้าง

2025-02-08 HaiPress

รีบอ่านเลย นโยบาย 'ทรัมป์' กระทบกับหุ้นกลุ่มไหนที่น่ากังวลบ้าง

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ อีกหนึ่งสมัยของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ขณะนี้เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มปั่นป่วน จากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจสร้างความไม่แน่นอนในตลาดการลงทุนต่างๆ

โดยเฉพาะในตลาดหุ้นไทยที่ขณะนี้ดัชนีลงลึกไปต่ำสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลว่าจะเกิดสงครามการค้าสหรัฐ-จีน บวกกับสถานการณ์เดิม ตลาดก็ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน และนักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน จึงหันไปพึ่งพาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

นโยบายทรัมป์กระทบกับหุ้นไทยกลุ่มไหนบ้าง

กลุ่มพลังงาน: ทรัมป์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ เพื่อลดราคาพลังงานในประเทศ และสั่งให้หน่วยงานของรัฐสนับสนุนการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเบนซินเพิ่มเติม โดยยกเว้นกฎด้านสิ่งแวดล้อมหลายข้อที่จำกัดการขุดเจาะ การดำเนินการนี้อาจเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิล อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐจะเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ยังคงนำเข้าน้ำมันจากหลายประเทศ ในระยะสั้นการผลิตพลังงานและลดราคาพลังงานในประเทศ อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงได้ แต่การขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าเชื้อเพลิง และการคว่ำบาตรประเทศคู่แข่ง เช่น อิหร่านและรัสเซีย อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้ในระยะถัดไป 

กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า: ภายใต้นโยบาย “Unleashing American Energy” ทรัมป์ได้ยกเลิกกฎที่กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ลดการปล่อยมลพิษของรถยนต์ขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2027 รวมถึงอาจยกเลิกเครดิตภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงนี้ จึงอาจส่งผลให้การลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว และส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่ใช้น้ำมันมากขึ้น 

กลุ่มพลังงานทางเลือก: การถอนตัวจาก Paris Agreement หรือข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้เหตุผลว่าข้อตกลงดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับค่านิยมและเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยการถอนตัวนี้ อาจส่งผลให้สหรัฐเพิ่มการผลิตและการใช้พลังงานจากฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและความพยายามระดับโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

โดย Morgan Stanley คาดว่านโยบายนี้ อาจส่งผลให้เงินลงทุนกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ ไหลออกจากสหรัฐ โดยเฉพาะจากกองทุนพลังงานสะอาด ในขณะที่เอเชียมีการเติบโตของการลงทุน ESG เพิ่มขึ้น 150% ในช่วงปี 2022-23 ซึ่งอาจส่งผลให้กองทุน ESG ทั่วโลกมีการปรับพอร์ต โดยลดน้ำหนักการลงทุนในสหรัฐ และเพิ่มการลงทุนในเอเชียมากขึ้น

คำปฏิเสธ

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

SOUEAST returns to Dubai Fashion Week as official automotive partner, redefining aesthetics of mobility

01-30

การต่อสู้กับการระบาดของไวรัสนิปาห์: นวัตกรรมโซลูชันของบริษัท BGI Group เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

01-29

เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยที่มีผู้ติดตามหลายล้านคนต่างหลั่งไหลไปยังภูเขาเอ๋อเหมย เพื่อสัมผัสกับบริการด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง

01-26

จากพันธบัตรสหรัฐฯ สู่สินค้าโภคภัณฑ์: BullNus พยายามสร้างวงจรธุรกิจ RWA ที่ขับเคลื่อนด้วย "โลกกายภาพ"

01-26

RF RACER Brand Leverages Motorsport Heritage for Engineering Excellence

01-23

กระบวนทัศน์ใหม่สำหรับการติดตามการลงคะแนนเสียง: จากการรวบรวมข้อมูลสู่การแปลงสินทรัพย์สู่ฉันทามติ ตำแหน่งและการนำไปใช้ในทางปฏิบัติของ OracleX

01-21
©ลิขสิทธิ์2009-2020 กรุงเทพพาณิชย์รายวัน    ติดต่อเรา SiteMap